มนร. ปั้นผู้ประกอบการชุมชนชายแดนใต้ ยกน้ำผึ้งมรกตสู่ 6,000 บาท/กก. สร้างธุรกิจฐานรากที่ยั่งยืน

ตลอดปี 2569 มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อน “MAJU-JAYA MODEL ระยะที่ 2” หรือโครงการการยกระดับพื้นที่จังหวัดนราธิวาสด้วยการจัดการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคมด้วยวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนครัวเรือนยากจนในจังหวัดนราธิวาสให้เริ่มต้นและพัฒนาธุรกิจชุมชนที่ยั่งยืนทั้งทางการเงินและสังคม โดยใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน

แนวคิด: มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน

ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดี ร่วมรายการ “ใต้สันติสุข” ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดยะลา (NBT YALA) (วันที่ 11 มีนาคม 2569) ร่วมกับผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรม และอาจารย์คณะวิทยาการจัดการ อธิการบดีย้ำแนวคิด “มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน” ที่นำงานวิจัยและนวัตกรรมไปแก้ปัญหาจริงในพื้นที่ และนำเสนอผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมด้านวิชาการและการตลาดจากมหาวิทยาลัย

1. ปูพื้นฐานการเงินให้ผู้ประกอบการชุมชน

มนร. จัดอบรม “การจัดการหนี้สิน” (วันที่ 16 มกราคม 2569) ณ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ให้ครัวเรือนยากจนตกฐานจากโครงการชันโรงและโครงการครามมะนาวรอ วิทยากรประกอบด้วย ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาสุริยะประดิษฐ์ และอาจารย์คณะวิทยาการจัดการ เนื้อหาครอบคลุม 3 เรื่อง ได้แก่ การวางแผนรายรับรายจ่าย การบันทึกบัญชีครัวเรือน และการสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินด้วยการออม โดยมีเป้าหมายคือให้ครัวเรือนบริหารการเงินได้ ลดภาระหนี้สิน และมีวินัยทางการเงิน ซึ่งเป็นรากฐานของธุรกิจที่ยั่งยืน2.

2. ชันโรงมรกต: จากครัวเรือนยากจนสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง 

ผศ.ดร.ธนเสฏฐ์ ทองใสเกลี้ยง คณะเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าโครงการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าน้ำผึ้งมรกตและพอลพิสจากชันโรง ได้รับทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

  • พื้นที่ดำเนินงาน: นิคมสหกรณ์บาเจาะ ม.4 ต.โคกเคียน อ.เมือง และวิสาหกิจชุมชนฟาร์มชันโรงพรุโต๊ะแดง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก
  • การสนับสนุนด้านความรู้และเครือข่าย: ถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงชันโรงให้สมาชิก ส่งเสริมให้สมาชิกช่วยเหลือกันเอง เชื่อมเครือข่ายกับกลุ่มผู้เลี้ยงชันโรงจังหวัดนราธิวาส และประสานหน่วยงาน พช. และ สสว. ร่วมยกระดับการเลี้ยงและการทำธุรกิจ
  • การติดตามต่อเนื่อง: ทีมลงพื้นที่นิคมสหกรณ์บาเจาะ (วันที่ 9 มีนาคม 2569) เพื่อติดตามความก้าวหน้าของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ รับฟังปัญหาและข้อเสนอ เพื่อปรับการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • กลไกตลาดที่เป็นธรรม: มีวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีทำหน้าที่รับซื้อน้ำผึ้งในราคาที่อิงคุณภาพตามมาตรฐาน
  • ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ: น้ำผึ้งชันโรงมรกตจากดอกเสม็ดขาวขายได้กิโลกรัมละ 6,000 บาท เทียบกับชันโรงทั่วไปที่ราคา 2,000–2,500 บาท 
  • นวัตกรรมลดต้นทุน: ทีมวิจัยพัฒนาเครื่องอบลดความชื้นน้ำผึ้ง ที่ลดเวลาจากวิธีธรรมชาติ 4–6 เดือน เหลือ 6–8 ชั่วโมง ช่วยรักษาคุณภาพและลดการสูญเสียผลผลิต
  • ผลิตภัณฑ์ใหม่และการยอมรับ: ต่อยอดเป็นแคปซูลผงน้ำผึ้งมรกต และผงชงน้ำผึ้งชันโรงผสมคอลลาเจน สำหรับตลาดในและต่างประเทศ ผลงานนี้ได้รับรางวัลระดับ “ดีมาก” ประเภทนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในงาน APPTech EXPO 2026 (วันที่ 4–5 สิงหาคม 2569) ณ กรุงเทพมหานคร

3. ครามมะนาวรอ: เปลี่ยนภูมิปัญญาเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด

โครงการ “ครามมะนาวรอ เปลี่ยนวิถีชุมชนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสานกับงานวิจัย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน จนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดนราธิวาส ครัวเรือนเป้าหมายของโครงการได้รับการเสริมทักษะด้านการเงินควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์

4. ผู้ประกอบการประมงพื้นบ้านเกาะปูลาโต๊ะบีซู

มนร. ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนประมงพื้นบ้านเกาะปูลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ ผ่านการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ประมง การสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ และการเชื่อมสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ เป้าหมายคือให้กลุ่มมีความเข้มแข็งทางธุรกิจและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

5. ขยายผลสู่พื้นที่ใหม่ร่วมกับฝ่ายปกครอง

ผศ.ดร.กรสิริณัฐ โรจนวรรณ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรขิงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำทีมลงพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก (วันที่ 23 กรกฎาคม 2569) ทำงานร่วมกับนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน เพื่อสำรวจความต้องการของเกษตรกรและคัดเลือกพื้นที่นำร่อง ภายใต้โครงการ “อำเภอแก้จน” กิจกรรมที่จะส่งเสริม ได้แก่ การเลี้ยงผึ้งชันโรง และการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ขิง คราม และกาแฟ โดยมีพื้นที่นำร่อง 5 แห่ง ได้แก่ ชุมชนทรายทอง, บ้านมือบา (ต.ปาเสมัส), บ้านโต๊ะแดง (ต.ปูโยะ), บ้านบูเก๊ะ และบ้านปูโปะ (ต.มูโนะ)

6. โมเดลได้รับการยอมรับ

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มนร. ต้อนรับคณะศึกษาดูงานโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำจังหวัดชายแดนใต้ (วันที่ 17–18 ตุลาคม 2569) ซึ่งได้รับทุนจาก บพท. และสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ซึ่งคณะได้ลงพื้นที่เรียนรู้จากโครงการชันโรง ผู้ประกอบการประมงพื้นบ้านเกาะปูลาโต๊ะบีซู และผลิตภัณฑ์สมุนไพรขิง ต.ปูโยะ สะท้อนโมเดลการสร้างผู้ประกอบการชุมชนของ มนร. เป็นต้นแบบที่หน่วยงานอื่นนำไปเรียนรู้ได้
การดำเนินงานทั้งหมดแสดงว่า มนร. สนับสนุนชุมชนในการเริ่มต้นและพัฒนาธุรกิจอย่างครบวงจร ตั้งแต่การให้ความรู้ด้านการเงิน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างกลไกตลาดที่เป็นธรรม ไปจนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครัวเรือนยากจนในพื้นที่ชายแดนใต้มีธุรกิจที่ยั่งยืนทั้งทางการเงินและสังคม ตรงกับหัวข้อ SDG 1.4.1

การเผยแพร่ต่อสาธารณะที่: [https://shorturl.asia/rmjzlh][https://shorturl.asia/0g3bvv][https://shorturl.asia/dseaol][https://shorturl.asia/epprmn][https://shorturl.asia/hlrqna][https://www.pnu.ac.th/news-th/47591/]